ไทยสูญ 3.3 ล้านล้าน! พลิกโฉมการยกระดับทักษะ ‘กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน’ และ ‘สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ’ ผนึกกำลัง ‘Conicle’ ชี้ทางออกวิกฤตแรงงานไทยด้วย Skills Ecosystem ที่ยึด ‘คน’ เป็นศูนย์กลาง รับมือการเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคต
โลกการทำงานยุคใหม่กำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว แต่แรงงานไทยนับสิบล้านคน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ SME กลับยังเผชิญกับ “ข้อจำกัด” ที่ท้าทาย ทั้งต้นทุน เวลา และการเข้าถึงการพัฒนาทักษะที่ได้มาตรฐาน ปัญหาที่แท้จริงของประเทศในวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่ความขาดแคลนหลักสูตรหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ทว่าคือกลไกของระบบที่ต่างฝ่ายต่าง “แยกกันทำ” ขาดการเชื่อมโยงเป็นระบบนิเวศเดียวกัน ทำให้การพัฒนาคนไปไม่ถึงปลายทางของการสร้างทักษะจริง (Real Skills) ที่จะช่วยเพิ่ม Productivity และยกระดับรายได้ของแรงงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยงานวิจัย ASAT (Adult Skills Assessment in Thailand) ระบุว่า ประเทศไทยต้องเผชิญกับตัวเลขการสูญเสียโอกาสทางรายได้ของแรงงานไทยสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 20.1% ของ GDP ประเทศไทยในปี 2024

เพื่อผ่าทางตันและค้นหาทางออกให้กับวิกฤตดังกล่าว นายนกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โคนิเคิล จำกัด ในฐานะผู้นำองค์กรเอกชนด้านการพัฒนาคน จึงได้เดินหน้าเป็นแกนนำเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้ามาอยู่บน Ecosystem เดียวกัน โดยเปิดเวทีเสวนาหัวข้อ “Shaping Thailand’s Skills-Based Workforce Ecosystem” ภายในงาน Conicle Connect 2026 เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในการยกระดับทักษะแรงงานไทยระหว่างภาครัฐและเอกชน นำโดย นายจิตรพงศ์ พุ่มสะอาด ผู้อำนวยการกองพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (DSD), นายพิริยพงศ์ แจ้งเจนเวทย์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสถานประกอบการและการอบรมด้วยระบบคุณวุฒิวิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) และนายวรพล แวววรวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Conicle เพื่อให้การยกระดับแรงงานก้าวไปในทิศทางเดียวกันและเกิดพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับประเทศ การผนึกกำลังครั้งนี้ยังสอดรับกับการเปิดตัว “Conicle Skills” แพลตฟอร์มเจเนอเรชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง “Workforce Readiness” ให้กับแรงงานไทย สู่ระบบนิเวศที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง (Human-Centric) อย่างแท้จริง

DSD ชี้ “การเข้าไม่ถึง” คือโจทย์ใหญ่ เร่งเครื่อง “One Platform” ทลายกำแพงข้อจำกัดแรงงานไทย
นายจิตรพงศ์ พุ่มสะอาด สะท้อนมุมมองเชิงลึกว่า แรงงานไทยมีศักยภาพที่ซ่อนอยู่อีกมาก แต่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่ต้องฝึกอบรม กลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึง และกลุ่มที่รัฐต้องช่วยสนับสนุนอย่างใกล้ชิด อุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนทำงานที่มีรายได้น้อยไม่สามารถพัฒนาตนเองได้ คือการขาดแคลนเงิน เวลา และอุปกรณ์ การเรียนออนไลน์แม้จะช่วยให้สะดวกขึ้น แต่ทักษะหลายประเภทโดยเฉพาะงานช่างฝีมือยังจำเป็นต้องใช้เครื่องมือและฝึกปฏิบัติในสถานที่จริง
“ประเทศไทยไม่ได้ขาดหลักสูตร สิ่งที่เราขาดจริง ๆ คือหลักสูตรที่นำไปสู่ทักษะจริง เพิ่ม Productivity และช่วยให้ผู้เรียนสร้างรายได้สูงขึ้น รวมถึงระบบที่เชื่อมโยงแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้จากจุดเดียวโดยไม่ต้องตามหาหลักสูตรจากหลายแห่ง”
เพื่อตอบโจทย์นี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงได้พัฒนา Marketplace ขนาดใหญ่ภายใต้โครงการ “One Platform for Skill Development” (เตรียมเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ 10 กันยายนนี้) ซึ่งปัจจุบันรวบรวมผู้ให้บริการฝึกอบรมไว้กว่า 30 ราย มีหลักสูตรพร้อมใช้งานแล้ว 944 หลักสูตร และตั้งเป้าขยายเป็น 3,000 หลักสูตรภายใน 3 ปี โดยมี Conicle เป็นพันธมิตรที่ให้บริการหลักสูตรมากที่สุดกว่า 300 หลักสูตร การทำงานของแพลตฟอร์มนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการอย่างมหาศาล สถานประกอบการที่เข้าร่วมจะได้สิทธิลดหย่อนภาษี และหากจัดอบรมออนไลน์ควบคู่กับเวิร์กชอปภาคปฏิบัติ ก็สามารถนับจำนวนผู้เข้าร่วมเพื่อคำนวณเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานได้อีกด้วย
คุณจิตรพงศ์ยังย้ำถึงหัวใจของระบบนิเวศนี้ว่า ต้องยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แรงงานต้องเริ่มต้นจากการตระหนักรู้และประเมินตนเองก่อนว่าขาดทักษะอะไร เพื่อเลือกเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเป้าหมาย เพราะคนสองคนเรียนเรื่องเดียวกันอาจต้องการกระบวนการที่ต่างกัน การพัฒนาจึงต้องครอบคลุมทั้ง Learn, Relearn และ Unlearn เพื่อสร้างทักษะที่นำไปใช้งานได้จริงและต่อยอดได้อย่างไม่สิ้นสุด
TPQI เร่งกระจายโอกาสสู่ SME 3 ล้านราย หนุนมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ
ด้านนายพิริยพงศ์ แจ้งเจนเวทย์ ขยายความให้เห็นถึงความท้าทายระดับโครงสร้างว่า ปัจจุบันแรงงานไทยกว่า 10-20 ล้านคน กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจ SME ที่มีมากถึง 3 ล้านรายทั่วประเทศ แรงงานกลุ่มนี้มักเข้าถึงการอบรมและการพัฒนาทักษะตามมาตรฐานได้ยากกว่าพนักงานในบริษัทขนาดใหญ่ ภาครัฐจึงต้องมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้สถานประกอบการทุกระดับสามารถพัฒนาพนักงานได้อย่างต่อเนื่อง
“TPQI มีเป้าหมายหลักในการสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการเพื่อผลักดันการฝึกทักษะอย่างเป็นระบบ เราเน้นกระบวนการพัฒนาตามโมเดล KAS หรือสัดส่วน 10-20-70 ที่ให้ความสำคัญกับการลงมือปฏิบัติจริงถึง 70% เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเรียนจบแล้ว แรงงานจะสามารถนำไปใช้ทำงานได้จริง”
ทั้งนี้ TPQI ได้ร่วมมือกับ Conicle เพื่อริเริ่มโครงการนำร่องสนับสนุนกลุ่มธุรกิจ SME ที่มีพนักงานไม่เกิน 200 คน ให้สามารถพัฒนาทักษะผ่านทางออนไลน์ได้อย่างยืดหยุ่นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย คุณพิริยพงศ์เสริมว่า ท่ามกลางแพลตฟอร์มมากมาย สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างคือ “คุณภาพของการฝึกอบรม” ทั้งความถูกต้องของเนื้อหา วิธีการถ่ายทอดของครีเอเตอร์ และการเชื่อมโยงกับมาตรฐานกลางของประเทศ เมื่อผู้เรียนมีพื้นฐานตามมาตรฐานแล้ว หลักสูตรจะต้องเปิดทางให้พวกเขาต่อยอดไปสู่ความเชี่ยวชาญที่สูงขึ้นได้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ SME อย่างเป็นรูปธรรม
นวัตกรรมผสาน AI: เปลี่ยนการเรียนรู้ สู่การ “พิสูจน์ทักษะจริง”
ในมุมมองของผู้พัฒนานวัตกรรมเอกชน คุณวรพล แวววรวิทย์ เน้นย้ำว่า Conicle กำลังยกระดับกระบวนการเรียนรู้ให้ก้าวข้ามการนั่งดูวิดีโอแบบเดิมๆ สู่การกระตุ้นให้ผู้เรียน “ลงมือทำ” โดยมีเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการปิดจุดอ่อนด้านการวัดและประเมินผลของการเรียนออนไลน์ ผู้เรียนสามารถบันทึกวิดีโอขณะฝึกปฏิบัติส่งเข้าสู่ระบบให้ AI ช่วยตรวจสอบความถูกต้องก่อนเข้าสู่การทดสอบในสถานที่จริง ซึ่ง Conicle จะเป็นสะพานเชื่อมนำข้อมูล (Data) ตลาดแรงงานส่งกลับไปยังภาครัฐ เพื่อให้การกำหนดนโยบายและการสร้างมาตรฐานกลางให้สอดรับกัน

การสร้าง Skills-Based Workforce Ecosystem จะสำเร็จได้ต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูลจากทุกฝ่าย เพื่อให้กระบวนการเรียนรู้ การรับรองทักษะ และความต้องการของตลาดแรงงานเดินไปในทิศทางเดียวกัน การผนึกกำลังแบบไร้รอยต่อนี้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้แรงงานไทยทุกระดับก้าวข้ามความท้าทาย และพร้อมสำหรับโลกอนาคตได้อย่างยั่งยืน
องค์กรหรือหน่วยงานที่สนใจพัฒนาทักษะให้กับพนักงานทั้งแบบรายทีม หรือรายบุคคล สามารถติดต่อได้ที่ https://conicle.com/business/request-demo
หรือพัฒนาทักษะสำหรับบุคคลทั่วไป พร้อมรับ Skills Badge ได้ที่ https://conicle.com/
สอบถามรายละเอียดกับทีมผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Line Official Account: https://lin.ee/ZxmzjuO
